Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Joe524

Pages: [1] 2 3 ... 76
1
คปภ.จ่อเปรียบเทียบปรับ “อาคเนย์ประกันภัย” 7ธ.ค.นี้ เหตุประวิงเวลาจ่ายเคลมสินไหมทดแทน "น้องหญิง" นศ.ถูกเบนซ์ชนเสียชีวิต 2.5 ล้านบาท

คปภ.จ่อเปรียบเทียบปรับ  “อาคเนย์ประกันภัย”   7ธ.ค.นี้ เหตุประวิงเวลาจ่ายเคลมสินไหมทดแทน "น้องหญิง" นศ.ถูกเบนซ์ชนเสียชีวิต 2.5 ล้านบาท หลังคำสั่งศาลถึงที่สุดแต่บริษัทฝ่าฝืนคำสั่ง โทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับไม่เกิน 20,000 บาทต่อวัน

 

กรณีรถเบนซ์ชนรถจักรยานยนต์นักศึกษา ในจังหวัดบุรีรัมย์เสียชีวิต ซึ่งเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม  2564 โดยที่คนขับรถเบนซ์คันดังกล่าวได้ทำประกันภัยชั้น 1 กับบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด(มหาชน) ต่อมาศาลพิพากษาให้บริษัทประกันจ่ายเงิน ค่าสินไหมทดแทน 2.5 ล้านบาท แต่บริษัทประกันฯ กลับเพิกเฉยไม่ยอมจ่ายนั้น

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า  ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จะนำเรื่องดังกล่าว เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบฯ ในวันที่ 7 ธันวาคม 2564 นี้   

 

เนื่องจากที่ผ่านมาบริษัทยังเพิกเฉย ซึ่งเข้าข่ายเป็นการจงใจฝ่าฝืนข้อตกลงแห่งสัญญาประกันภัย อันเป็นความผิดฐานประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย  โดยมีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับรายวันต่อเนื่อง ไม่เกินวันละ 2 หมื่นบาท จนกว่าจะได้ชำระเสร็จสิ้น


“ เท่าที่ทราบตั้งแต่เกิดเหตุการณ์  จนกระทั่งมีคำสั่งศาลถึงที่สุดแล้ว ประกอบกับทางสำนักงาน คปภ.มีคำสั่งให้บริษัทดำเนินการจ่ายค่าสินไหมตามข้อกฎหมาย แต่จนถึงปัจจุบันทางบริษัทยังเพิกเฉย และเข้าข่ายประวิงเวลา  ซึ่งโทษเปรียบเทียบปรับเบื้องต้นตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ถึงปัจจุบันตกประมาณ 2ล้านบาท แต่หากทางบริษัทยังฝ่าฝืนหรือเพิกเฉยก็จะมีโทษปรับ 20,000บาทต่อวันจนกว่าจะมีการชำระแล้วเสร็จ”

 

อนึ่ง ที่ผ่านมา คนขับรถเบนซ์ได้เยียวยาผู้เสียหายไปแล้ว 220,000บาท  ต่อมามีคำพิพากษาให้ผู้ขับขี่รถเบนซ์เป็นผู้ประมาทแต่ฝ่ายเดียว  และสำนักงาน คปภ. จังหวัดนนทบุรีมีความเห็นให้บริษัทอาคเนย์ประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จำนวน  500,000 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ประเภท 1) จำนวน 2 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2.5 ล้านบาท


ทั้งนี้ คำพิพากษาในคดีอาญาถึงที่สุดแล้ว เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2564 โดยสำนักงาน คปภ. จังหวัดนนทบุรี ได้เร่งดำเนินการและแจ้งความเห็นให้บริษัทจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับทายาทของผู้เสียชีวิตตามกรมธรรม์ประกันภัย ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแล้ว

ต่อมาเมื่อมีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงาน คปภ. ส่วนกลาง และสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ได้รับเรื่องเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2564 เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของทายาทของผู้เสียชีวิต  แม้ว่าทางสำนักงานคปภ.ได้ประสานไปยังบริษัทเพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมให้ส่งเอกสารหลักฐาน และทบทวนการจ่ายค่าสินไหนทดแทนกับทายาทของผู้เสียชีวิตแล้วแต่ยังไม่ได้รับการแจ้งผลแต่อย่างใด

2
6 ขั้นตอน ลงโฆษณาผ่าน LINE Ads Platformhttps://www.chatstickmarket.com/single-post/6stepstoadvertisevialineadsplatform

4
จับตาตลาดคริปโตฯไทย เมื่อราคาเหรียญไทย KUB Coin, jfin Coin และ Six Coin ร่วงแรง ผู้เชี่ยวชาญด้านลงทุน เปิด 5 ข้อ ความผิดปกติ แนะให้ระมัดระวังในการลงทุน

30 พ.ย.2564 - วงการนักลงทุนและตลาดคริปโตเคอร์เรนซี่ หรือ เหรียญดิจิทัลของไทย เกิดความปั่นป่วนขึ้นมาทันที หลังจากวันนี้  เหรียญ KUB Coin, jfin Coin และ Six Coin ที่เคยทำราคาพุ่ง All Time High ก่อนหน้า ราคาร่วงแรงในพริบตา เช่น ราคา Bikub Coin หรือ KUB ลงไปสู่ระดับต่ำสุด 150 บาท หรือ ลดลงไปราว 70% จากราคาสูงสุด ก่อนเมื่อเวลา 19.30 น. กลับมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ 230 บาท 

 

กลายเป็นปรากฎการณ์เฝ้าจับตามองของนักลงทุน ว่าทิศทางเหรียญคริปโตของไทยจะไปอย่างไร และยังคงมีความน่าสนใจในการลงทุนอีกหรือไม่ 



ล่าสุด นายณัฐ เหลืองนฤมิตชัย ซึ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับธุรกิจตลาดทุน และธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว บัญชี : Nat Luengnaruemitchai ซึ่งได้หยิบยกประเด็น ความผันผวนของตลาดเงินดิจิทัล โดยเฉพาะเหรียญสัญชาติไทย โดยแนะให้นักลงทุนระมัดระวังในการลงทุน จากความผิดปกติของตลาดคริปโตไทย ดังใจความดังนี้ ...

เกิดอะไรขึ้น?  ‘Kub-Jfin-Six’ ร่วงแรง เปิดความผิดปกติตลาดคริปโตฯ เหรียญไทย


วันนี้นับเป็นวันที่ตลาดคริปโตเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน หลังจากที่ SCB ประกาศซื้อ BITKUB เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่ผ่านมา ยอดการซื้อขายเพิ่มจากวันละประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อประมาณ 1 เดือนที่แล้ว มาเป็นวันละ 600-800 ล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

 

แต่พอเรามาแตกดูยอดการซื้อขายเป็นแต่ละคู่การซื้อขายก็จะพบว่า 4 อันดับแรก คือเหรียญ KUB, SIX, SAND, JFIN มีการซื้อขายคิดเป็นเกือบ 70% ของยอดการซื้อขายทั้งหมด แซงหน้าเหรียญยอดนิยมอย่าง BTC อย่างไม่เห็นฝุ่น 

 

ทั้งนี้เป็นเพราะเหรียญทั้งสี่ มีการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้สนใจเข้าไปซื้อขายเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากถามกันว่า เหรียญเหล่านี้ทำไมถึงเคลื่อนไหวมาก ก็มีจุดที่น่าสนใจที่อาจจะเป็นเหตุผลอยู่หลายข้อ เช่น

เหรียญ KUB, JFIN, SIX เป็นเหรียญของคนไทย ที่มีการซื้อขายเฉพาะในวงคนไทยเป็นส่วนใหญ่ บางเหรียญมีการ list อยู่ในตลาดเดียวเสียด้วยซ้ำ (KUB - BITKUB, JFIN - BITKUB, Satang Pro, SIX - BITKUB, Bittrex, CoinOne, Liquid, Zipmex)ดังนั้นโอกาสที่จะมีแรงเทขายจากการทำ arbitrage จากตลาดอื่นจึงเป็นไปได้ยาก 
เหรียญคนไทยเหล่านี้ ต่างชาติไม่ได้เล่นหรือไม่ได้ให้ความสนใจ แถมยังมีปริมาณ supply ของเหรียญที่พร้อมน้อย ดังนั้นหากมีแรงซื้อเข้ามามาก ราคาย่อมจะเปลี่ยนแปลงไว
เหรียญบางเหรียญมีข่าวการร่วมมือหรือการเปลี่ยนแปลงออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนโดยเฉพาะนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาซื้อเหรียญเหล่านี้
ส่วนเหรียญ SAND เป็นเหรียญที่เกาะกระแส Metaverse ที่กำลังร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ จึงมีปริมาณการซื้อขายสูง แต่ราคาไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 24-48 ชม. ที่ผ่านมาเหมือนเหรียญที่เหลืออีกสามตัว
เกิดอะไรขึ้น?  ‘Kub-Jfin-Six’ ร่วงแรง เปิดความผิดปกติตลาดคริปโตฯ เหรียญไทย

หากมองในแง่ร้าย อาจจะตีความได้ว่า ตามเหตุผลข้างต้น เหรียญเหล่านี้สามารถถูกปั่นราคาได้ง่าย ใช้เงินไม่มาก ก็สามารถทำให้ราคาเปลี่ยนแปลงได้มาก เลยอาจจะถูกปั่นราคาขึ้นไป เพื่อทำกำไร ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ดูผิดปกติพอสมควร โปรดใช้ความระมัดระวังในการลงทุนครับ

5
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทฟื้นตัวขึ้นได้เล็กน้อย รับแรงหนุนจากสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงตามการย่อตัวลงอีกครั้งของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 7 สัปดาห์ครั้งใหม่ที่ 33.81 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในระหว่างวัน ก่อนจะขยับแข็งค่ากลับมาปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์ฯ 


ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทฟื้นตัวขึ้นได้เล็กน้อย โดยมีแรงหนุนจากสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงตามการย่อตัวลงอีกครั้งของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนจากการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน



สำหรับทิศทางฟันด์โฟลว์วันนี้ แม้นักลงทุนต่างชาติจะยังคงขายสุทธิหุ้นไทย 3,535.33 ล้านบาท แต่ก็กลับมาซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2,223 ล้านบาท ขณะที่มีตราสารหนี้ที่หมดอายุ 40 ล้านบาท


ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 โดยธปท. อยู่ที่ -2.15 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ 1.25 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)


สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ คาดไว้ที่ 33.55-33.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ และสถานการณ์โควิด-19 ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP และดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ และดัชนี PMI ของจีน ยูโรโซน และอังกฤษ

6
 :)  มานาไทยแลนด์ mana thailand  จัดจำหน่าย มานา คอลลาเจน คอลลาเจนญาญ่า ที่ญาญ่าเลือกดื่มทุกเช้า
วางใจให้ดูแลผิว ไดเปปไทด์ คอลลาเจน เกรดพรีเมี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น
โปรโมชั่น ส่งฟรีทั้งโอนและปลายทาง
1 ฟรี 1 = 990 บาท
2 ฟรี 2 = 1,850 บาท
3 ฟรี 3 = 2,650 บาท
สนใจทัก
สมัครตัวแทน ทัก
---------------------------------------------------------
Line:@collagen
http://line.me/ti/p/@collagen
FB. https://www.facebook.com/manacollagedipeptide
www.manaok.com




7
เดอะ มิเรอร์ สื่อเมืองผู้ดีแจกแจงเหตุผลที่ ราล์ฟ รังนิค ยังไม่สามารถคุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ลงทำศึกได้ แม้จะมีการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับ ปีศาจแดง ไปแล้วก็ตาม แถมชี้อาจต้องรอลุ้นได้ประเดิมทำงานกับ โรงละครแห่งความฝัน อีกนานพอดู
     กุนซือชาวเยอรมันอำลาตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพัฒนาการกีฬาของ โลโคโมทีฟ มอสโกว์ สโมสรในลีกรัสเซียมารับบทกุนซือชั่วคราวของ ผีแดง ไปจนจบซีซั่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนั้นจะขยับไปทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของสโมสรอีกสองปี

     กระนั้นก็ดี มีการยืนยันแล้วว่า รังนิค จะยังคุมทีมลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล ในวันพฤหัสบดีนี้ไม่ได้เนื่องจากยังไม่ได้รับเวิร์คเพอร์มิต อันส่งผลให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค จะได้ทำหน้าที่ต่อเป็นเกมที่สามของเขา

     เท่านั้นไม่พอ ล่าสุดเมื่อ 30 พ.ย. สื่อเจ้าดังกล่าวรายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจต้องรอลุ้นว่านายใหญ่คนใหม่จะได้ประเดิมทำหน้าที่ในเกมต่อไปที่ ผีแดง จะเปิดบ้านฟาดเกือกกับ คริสตัล พาเลซ ในวันอาทิตย์นี้หรือเปล่าเนื่องจากมีปัญหาติดขัดในแง่ของการได้รับใบอนุญาติทำงานในลีกเมืองผู้ดีซึ่งต้องใช้เวลาในการพิจารณานานพอสมควรด้วยเหตุที่โค้ชวัย 63 ปีมีคุณสมบัติไม่เข้าข่ายบางข้อ

     เดอะ มิเรอร์ เผยว่าความล่าช้าในการได้รับเวิร์คเพอร์มิตของ รังนิค เป็นผลมาจากอังกฤษแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (เบรกซิต) แล้ว และในรอบสิบปีหลัง เขาคุมทีมแค่สองซีซั่นเท่านั้นก่อนจะหันไปรับงานในตำแหน่งอื่นแทนซึ่งถือว่าน้อยเกินไปสำหรับผู้จัดการทีมที่จะเข้ามาทำงานใน พรีเมียร์ลีก ได้ในทันที แม้เขาจะเซ็นสัญญากับ ผีแดง แล้วก็ตาม

     ขณะเดียวกัน ในรอบห้าปีหลัง รังนิค ไม่ได้คุมทีมในลีกสูงสุดติดต่อกันนาน 24 เดือนด้วยทั้งๆที่ตามกฏของสมาคมฟุต. (เอฟเอ) กำหนดตัวเลขเอาไว้ที่ 36 เดือนหรือว่าสามปีโดยกุนซือชาวเมืองไส้กรอกกุมบังเ.ยน แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรสุดท้ายของเขาเป็นเวลาแค่ 11 เดือนเท่านั้นในซีซั่น 2018/19  

ADVERTISEMENT


     อย่างไรก็ดี แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีลุ้น และหวังว่า รังนิค จะได้รับเวิร์คเพอร์มิตทันเกมต้อนรับ อินทรีผงาดฟ้า ในวันอาทิตย์นี้ด้วยเงื่อนไขข้อยกเว้นพิเศษซึ่งยังมีโอกาสทำให้เขาได้คุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด หากมีคุณสมบัติรองๆลงไปเข้าข่ายว่ามีอำนาจรับผิดชอบในทีมชุดใหญ่อย่างเต็มที่ และมีใบอนุญาติอบรมโค้ชอย่างเหมาะสม แม้เขาจะคุมทีมในระดับท๊อปไม่นานพอที่จะได้รับใบอนุญาติการทำงานในอังกฤษแบบทันที

8


เอล นาซิอองนาล สื่อของแคว้นกาตาลุนย่า ระบุ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องการเอา เมมฟิส เดอปาย ดาวเตะ บาร์เซโลน่า มาร่วมทัพหลังจบซีซั่นนี้ โดยพร้อมให้เงินค่าตัวราว 40 ล้านยูโร
    โชเซ่ มูรินโญ่ เทรนเนอร์ อาแอส โรม่า สโมสรดังของศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี อยากได้ เมมฟิส เดอปาย ปีก บาร์เซโลน่า มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ตามรายงานของ เอล นาซิอองนาล สื่อของแคว้นกาตาลุนย่า

    เดอปาย เพิ่งย้ายจาก โอลิมปิก ลียง มาอยู่กับ บาร์เซโลน่า แบบไร้ค่าตัวเมื่อช่วงซัมเมอรร์ที่ผ่านมา ซึ่งจนถึงตอนนี้เขาก็ทำไปแล้ว 8 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 14 นัด จนทำให้เจ้าตัวถือเป็นแกนหลักของทีมไปแล้ว


    อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ บาร์เซโลน่า ก็ยังมีปัญหาด้านการเงินในระดับหนึ่ง ซึ่งนั่นทำให้ โรม่า เชื่อว่าพวกเขาอาจจะเกลี้ยกล่อมให้ บาร์เซโลน่า ยอมปล่อยดาวเตะชาวดัตช์ได้ โดยทีมของ มูรินโญ่ พร้อมให้ค่าตัวอยู่ที่ราว 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,520 ล้านบาท)

    ทั้งนี้ เดอปาย กับ มูรินโญ่ เคยร่วมงานกันนิดหน่อยในตอนที่ทั้งคู่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งถึงแม้ตอนนั้น มูรินโญ่ จะไม่ได้ใช้งานเขามากนัก แต่เจ้าตัวก็เคยกล่าวชม เดอปาย ว่าเป็นนักเตะที่มีความเป็นมืออาชีพสูงเหมือนกัน

9

 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่สำหรับผู้จัดการทีมบางคน การเข้ารับงานกุมบังเ.ยน "ผีแดง" มันไม่ได้มีเสน่ห์เย้ายวนให้พวกเขาตัดสินใจตอบตกลงรับงาน
          แม้ว่าในเวลานี้ "เร้ด เดวิลส์" ประกาศแต่งตั้ง ราล์ฟ รังนิค เข้ามาทำหน้าที่กุนซือชั่วคราวจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้ แต่ก่อนหน้านี้พวกเขาเคยต้องกินแห้วเนื่องจากมีเทรนเนอร์หลายคนที่หมายตาเอาไว้ปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใย

           ซีเนดีน ซีดาน อดีตนายใหญ่ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด และ โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์ยูโร 2020 เป็นสองรายชื่อที่ปัดรับงานในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 

           อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ใช่ผู้จัดการทีมชุดแรกๆ ที่ไม่สนใจทำงานให้ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยก่อนหน้านี้มีกุนซือระดับบิ๊กเนมที่เลือกหันหลังให้กับข้อเสนอของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัยมาแล้ว 

 


เจอร์เก้น คล็อปป์

ADVERTISEMENT


 

ใหญ่แค่ไหนก็ไม่สน ! 5 กุนซือบิ๊กเนมที่กล้าปฏิเสธรับงานคุมแมนยู

           ตอนที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจเกษียณตัวเองในปี 2013 เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นกุนซือคนแรกที่ถูกทาบทามให้เข้ามาสานต่องานของ "ป๋า" เพราะเขามีคุณสมบัติครบถ้วน

ADVERTISEMENT


           ในเวลานั้น คล็อปป์ ยังทำหน้าที่เป็นนายใหญ่ให้ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และสร้างผลงานดีมีคุณภาพทั้งนำทีมทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ แถมยังเป็นคนที่ล้มอำนาจ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยการนำทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัย รวมทั้งยังได้แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล 

           แม้ว่าช่วงเวลาดังกล่าว กุนซือชาวเยอรมัน ไม่เคยได้รับข้อเสนออย่างจริงจังก็ตาม แต่เขายอมรับในปี 2016 ว่าเขาเลือกที่จะไม่สนใจที่จะทำงานให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 

           เหตุผลสำคัญก็เพราะว่า คล็อปป์ ไม่ต้องการทิ้ง ดอร์ทมุนด์ ไปกลางคั่น เนื่องจากงานของเขากับสโมสรยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 

 


อาร์แซน เวนเกอร์

 

ใหญ่แค่ไหนก็ไม่สน ! 5 กุนซือบิ๊กเนมที่กล้าปฏิเสธรับงานคุมแมนยู

           ก่อนหน้าที่ "ป๋าเฟอร์กี้" จะรีไทร์จากการนั่งเก้าอี้นายใหญ่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2013 จริงๆ แล้วท่านเซอร์เคยคิดที่จะลงจากตำแหน่งพ่อใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดมาแล้ว

           เรื่องของเรื่องในตอนนั้น เฟอร์กูสัน มีแผนที่จะวางมือหลังจบฤดูกาล 2001/2002 โดยมีการวางตัว อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือเลือดฝรั่งเศส ให้เข้ามาสานต่องานของนายใหญ่ชาวสกอตติช 

           สำหรับกรณีนี้ มาร์ติน เอ็ดเวิร์ดส์ อดีตประธานสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ด ยืนยันว่าเป็นความจริง โดยในเวลานั้นพวกเขาล็อกเป้า เวนเกอร์ คือเป้าหมายแรก เพราะผลงานที่ทำเอาไว้กับ อาร์เซน่อล มันสุดยอดมากๆ 

           อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการพูดคุยกันแล้ว เวนเกอร์ เลือกที่จะปฏิเสธความท้าทายที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เนื่องจากเขามีความจงรักภักดีกับ "เดอะ กันเนอร์ส" และไม่คิดที่จะย้ายไปคุมกับทีมคู่แข่งแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก

 

 

คาร์โล อันเชลอตติ

 

ใหญ่แค่ไหนก็ไม่สน ! 5 กุนซือบิ๊กเนมที่กล้าปฏิเสธรับงานคุมแมนยู

            ผู้จัดการทีมอีกคนที่เคยโดนทาบทามให้เข้ามาทำงานแทน เฟอร์กูสัน ในปี 2013 เช่นกัน นั่นก็คือ คาร์โล อันเชลอตติ ซึ่งในเวลานั้นเตรียมที่จะรับงานกุมบังเ.ยน เรอัล มาดริด

           เทรนเนอร์มากความสามารถชาวอิตาเลียน นำทีม เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2009/2010 ก่อนที่จะย้ายไปนั่งเก้าอี้นายใหญ่ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค

           เรื่องนี้ "คาร์เล็ตโต้" เป็นคนยืนยันด้วยตัวเองว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กุสัน และมีโอกาสได้พบกันตอนที่ "ป๋า"ตัดสินใจวางมือจาการกุมบังเ.ยนแมนฯ ยูฯ 

           อย่างไรก็ตาม อันเชลอตติ ได้ตัดสินใจรับงานคุม เรอัล มาดริด ไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาไม่ต้องการกลืนน้ำลาย และปิดโอกาสที่จะไปทำงานกับ "ผีแดง" 

 


ซีเนดีน ซีดาน

 

ใหญ่แค่ไหนก็ไม่สน ! 5 กุนซือบิ๊กเนมที่กล้าปฏิเสธรับงานคุมแมนยู

           หลังจากที่สโมสรตัดสินใจอับเปหิ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากตำแหน่งช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด มีข่าวพัวพันกับกุนซือระดับบิ๊กเนมหลายคน 

 หนึ่งในโค้ชที่มีโปรไฟล์ระดับแชมป์อย่าง ซีดาน ก็อยู่ในลิสต์รายชื่อที่พวกเขาหมายตาเอาไว้เช่นกัน เนื่องจากกุนซือชาวฝรั่งเศสวางงานอยู่พอดีหลังอำลา "ราชันชุดขาว" เมื่อจบฤดูกาลที่ผ่านมา

                     อย่างไรก็ตาม "ซิซู" ไม่แยแสที่จะทำงานใน "โรงละครแห่งความฝัน" เนื่องจากเขามีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจนอยู่แล้ว ฉะนั้นการคุม "ปีศาจแดง" จึงไม่ได้อยู่ในความคิดของเจ้าตัว

           ว่ากันว่า อดีตเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 1 ของโลก อยากที่จะรับงานคุม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือทีมชาติฝรั่งเศส นั่นคือเหตุผลที่เขากำลังรอโอกาสนี้ มากกว่าไปคุม แมนฯ ยูฯ

 

 

โรแบร์โต้ มันชินี่

 

ใหญ่แค่ไหนก็ไม่สน ! 5 กุนซือบิ๊กเนมที่กล้าปฏิเสธรับงานคุมแมนยู

           ซีดาน ไม่ใช่แค่กุนซือคนเดียวเท่านั้นที่ปฏิเสธรับงานแทนที่ โซลชา ในฤดูกาลหน้า หลังจากที่ ราล์ฟ รังนิก หมดสัญญาคุมทีม และก้าวขึ้นไปทำงานที่ปรึกษให้กับสโมสร

           โรแบรโต้ มันชินี่ ซึ่งเป็นผู้นำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยแรก ก็ได้รับการทาบทามให้คุม แมนฯ ยูฯ เช่นกัน แต่เขาปฏิเสธโอกาสในการหวนกลับมาทำงานที่ประเทศอังกฤษ

           เชื่อว่า "มันโช่" ได้แจ้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าเขาไม่ต้องการทิ้งหน้าที่เทรนเนอร์ทีมชาติอิตาลีเพื่อไปทำงานกับสโมสร และต้องการโฟกัสกับภารกิจนำ "อัซซูร์รี่" ลุยศึกฟุต.โลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งตอนนี้พวกเขาต้องไปเลยเพลย์ออฟ ฉะนั้นจึงไม่อยากเสียสมาธิกับเรื่องพวกนี้

10
 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ส่อไร้ ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะ บัลลง ดอร์ 7 สมัย ในเกมดวลกับ นีซ วันพุธนี้ หลังนักเตะมีอาการป่วย เช่นเดียวกับในรายของ เลอันโดร ปาเรเดส 
     ลิโอเนล เมสซี่ ยอดกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อาจไม่สามารถช่วยทีมในเกม ลีก เอิง ฝรั่งเศส นัดที่ต้นสังกัดมีคิวเปิดรัง ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ดวลกับ นีซ วันพุธที่ 1 ธันวาคมนี้ เนื่องจากมีอาการท้องเสีย 

     เมสซี่ เพิ่งเข้ารับมอบรางวัล บัลลง ดอร์ สมัยที่ 7 เมื่อวันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวไม่ได้ลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมในวันอังคาร เช่นเดียวกับ เลอันโดร ปาเรเดส กองกลางเพื่อนร่วมชาติ โดย เปแอสเช แจงว่า ทั้งสองต่างมีอาการท้องเสีย และจำเป็นต้องรอดูความพร้อมอีกทีก่อนเกม 

     ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับ เปแอสเช ที่ตอนนี้จะไม่มี เนย์มาร์ แบบยาวๆ ถึง 6-8 สัปดาห์ เพราะเจ็บข้อเท้า ขณะที่ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม, อันเดร์ เอร์เรร่า และ ยูเลียน ดรักซ์เลอร์ ต่างก็จะพลาดเกมวันพุธนี้เช่นกัน 

     ปัจจุบัน เปแอสเช รั้งจ่าฝูง ลีก เอิง โดยมี 40 แต้ม จากการลงแข่ง 15 นัด ทิ้งห่าง แรนส์ ทีมอันดับสอง ถึง 12 แต้ม  

11
ทูอัพ แบรนด์ เทอร์โบแม็กซ์ | กล่องใหม่ | ราคาพิเศษเทอร์โบแม็ก ทูอัพ | ของแท้ ราคาโปรโมชั่น | สินค้า มีพร้อมส่งจัดส่งให้ทุกวัน มีบริการ เก็บเงิน ตามที่อยู่ที่แจ้ง ส่งจริง ราคาโปรโมชั่น โทรเลยอาหารเสริม บำรุงร่างกาย เพื่อชีวิตของการการเป็นสามีภรรยาที่ยาวนาน ร่างกายเเข็งแรง ไม่เป็นอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเลขที่ : 13-1-06355-1-0057
ขนาดบรรจุ : 1 กระปุก มี 60 แคปซูล สามารถแบ่งขายได้ 10 แคปซูล หรือ 20 แคปซูล และ 30 แคปซูล
แนวทางกิน : วันละ 1 แคปซูล กับน้ำอุ่น
คุณประโยชน์เพิ่มเติมอีก เข้าดูได้ที่ http://www.bbbig.info/product_info.php?proid=turbomaxxไต่ถามโปรโมชั่นเพิ่มเติมอีก
ที่นี่ 089-4028986 ติดต่อที่คุณBOY


12
หางานกำแพงเพชร สมัครงานกำแพงเพชร ที่นี่มีตำแหน่งงานว่าง จากบริษัทชั้นนำในจังหวัดกำแพงเพชร มากกว่า 30000 อัตรา ทุกสาขาอาชีพ อัปเดตตำแหน่งงานใหม่ทุกวัน สร้างโอกาสด้วยตัวคุณเองให้ได้งานทำที่ดีหมั่นคง ที่ jobkpt.com

13
สมาคมไทย-ญี่ปุ่น ร่วมมือธนาคารกสิกรไทย และสภาหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯย้ำเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 3 -สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด

สมาคมไทย-ญี่ปุ่น ร่วมมือธนาคารกสิกรไทย และสภาหอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ จัดงานสัมมนา “Thailand Post-COVID-19: Rain or Sunshine?”สร้างเชื่อมั่นไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 -ภาครัฐย้ำนโยบายชัดในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว  ตระหนักถึงโอกาสสร้างห่วงโซ่อุปทานที่สอดคล้องไปกับกระแส ESG เคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตยั่งยืนในอนาคตข้างหน้า

สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด

          นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานโดยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนว่า “เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 3 และกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว ในช่วงหลังโควิด ภูมิทัศน์ของเศรษฐกิจไทยหลังโควิดจะเปลี่ยนไปและเต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจ

 

 ดังนั้น เราต้องเสริมสร้างอุตสาหกรรมหลักของไทยให้แข็งแกร่ง เช่น ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจ health care อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต และอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนปรับตัวให้สอดรับกับกระแส Climate Change”



  สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
       

นายคาซูยะ นาชิดะ (Mr. Kazuya Nashida) เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย มีความเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่นในอนาคตว่าจะก้าวสู่ “การสร้างสรรค์ร่วมกัน (a partnership of co-creation)” โดยไทยและญี่ปุ่นจะสร้างสรรค์คุณค่าใหม่และนวัตกรรมร่วมกัน และความสัมพันธ์อันดีที่มีมายาวนานจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียม เพื่อแบ่งปันภูมิปัญญาร่วมกัน และส่งเสริมซึ่งกันและกันในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคมที่ดีขึ้นในอนาคต

สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานเสวนาในหัวข้อ “ทิศทางของนโยบายภาครัฐ” ถึงแม้ว่ารัฐบาลต้องใช้งบประมาณมหาศาลเพื่อบรรเทาผลกระทบของโควิด ซึ่งปัจจุบันสถานะการคลังของไทยยังแข็งแกร่ง ภาครัฐมีสภาพคล่องมากพอที่จะดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากนี้

 

ในส่วนของความกังวลประเด็นหนี้สาธารณะที่มีการขยายเพดานเพิ่มขึ้นจาก 60% เป็น 70% ของ GDP รัฐบาลมุ่งเน้นความสามารถในการชำระหนี้ โดยการดูแลให้รายได้ภาครัฐกับภาระดอกเบี้ยมีความสอดคล้องกัน นอกจากนี้ในส่วนของประเด็น climate change รัฐบาลมีแผนสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะเป็นส่วนช่วยแก้ปัญหาการปล่อยมลพิษรวมถึงฝุ่น PM2.5 

 

 

 


สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กล่าวถึงแผนการปฏิรูปโครงสร้างประเทศที่คำนึงถึงประเด็นเชิงโครงสร้างทั้งการขาดแคลนแรงงาน การศึกษา สังคมผู้สูงอายุ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐาน

สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กล่าวถึงการมุ่งเน้นให้สิทธิประโยชน์การลงทุนเพื่อให้ห่วงโซ่การผลิตอุตสาหกรรมของไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้นรวมถึงการยกระดับมูลค่าห่วงโซ่การผลิต ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้ประเทศไทยสามารถดึงดูดแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศมากขึ้น

สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การมุ่งสู่ ESG ของไทย” โดยเน้นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนว่า “มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาครัฐ เอกชน และสังคมต้องร่วมมือกัน ผ่านทาง Public Private Partnership (PPP) ในการสร้างกลไกตลาดคาร์บอน และการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในประเด็น Climate Change จากนี้ไป ยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก

 

เช่น การมุ่งสู่อุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ แต่ต้องเร่งปรับตัวให้สอดรับกับกระแส Climate Change” นอกจากนี้ ในการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับอุตสาหกรรมสู่การสร้างห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain) และการปลูกป่าทดแทน เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายที่ net zero ที่ไทยได้ให้ไว้กับประชาคมโลก

 

สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด

ในส่วนของเสวนาในหัวข้อ “การปฏิรูปกฎระเบียบภาครัฐเพื่ออำนวยความสะดวกทางธุรกิจ” การพัฒนาระบบราชการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับภาคธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับ digital transformation โดยการปรับกระบวนงานและจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบดิจิทัลเพื่อเชื่อมต่อและแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ กล่าวว่า “เราจะมุ่งไปสู่ digital government ซึ่งตอบโจทย์ภาคธุรกิจ นักลงทุนต่างชาติ และประชาชน”

สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด

หลังจากนั้น ดร. กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานคณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและดำเนินธุรกิจ ยังกล่าวเสริมว่า “เพื่อที่จะดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ รัฐบาลวางแผนจะผ่อนคลายกฎระเบียบภาครัฐเพื่อส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve Industries) เช่น กฎระเบียบของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการขอวีซ่าและใบอนุญาตทำงานเพื่อดึงดูดแรงงานทักษะสูงจากต่างประเทศ โดยหลักการในการปฏิรูปกฎหมายมี 3 ประการด้วยกัน คือ ความถูกต้อง ความจำเป็น และการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ

งานสัมมนาวันนี้ยังได้รับเกียรติจากนักธุรกิจชั้นนำ และข้าราชการระดับสูงเข้าร่วมงาน ได้แก่ นายโนริอากิ ยามาชิตะ (Mr. Noriaki Yamashita) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน และนายอัทสึชิ ทาเคทานิ (Mr. Atsushi Taketani) ประธานเจโทร สำนักงานกรุงเทพ เสวนาในประเด็นความท้าทายของไทยในการก้าวข้ามปัญหาเชิงโครงสร้าง และเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจเพื่อพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของไทย

สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด
สร้างเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยพร้อมก้าวต่อไปหลังวิกฤตโควิด

ในช่วงสุดท้าย นายกลินท์ สารสิน นายกสมาคมไทย-ญี่ปุ่น และประธานอาวุโส สภาหอการค้าไทยแห่งประเทศไทย ได้กล่าวสรุปว่า “เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวจากโควิด ท่ามกลางประเด็นท้าทายหลายหลายที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ ภาครัฐและเอกชนมีความร่วมมือที่จะสร้างสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจให้เอื้อต่อการลงทุนที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงหลังจากโควิด ทั้งนี้ ประเด็นต่างๆ ที่ได้ถูกหยิบยกมากล่าวในงานสัมมนานี้คาดว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต”

14
เปิดเงื่อนไข สินเชื่อ ธ.ก.ส. ชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี รองรับข้าวเปลือก 2 ล้านตัน ไม่มีดอกเบี้ย และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2564/65 ดอกเบี้ย 1% เริ่มจ่ายเงินกู้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายกษาปณ์ เงินรวง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้ดำเนิน “โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2564/65” เพื่อให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว ไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ

 

ซึ่งเป็นมาตรการคู่ขนานกับการประกันรายได้ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว วงเงินสินเชื่อรวม 20,401 ล้านบาท ไม่คิดดอกเบี้ยกับเกษตรกร ตั้งเป้าดูดซับปริมาณข้าวเปลือก 2 ล้านตัน

 

ประกอบด้วย ชนิดข้าวเปลือกหอมมะลิในเขต 23 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคเหนือ 3 จังหวัด (เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต 23 จังหวัด ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกปทุมธานี 1 และข้าวเปลือกเหนียว

 

เปิดเงื่อนไข! สินเชื่อ ธ.ก.ส. ชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ให้กู้รายละ 3 แสน 
เปิดเงื่อนไข! สินเชื่อ ธ.ก.ส. ชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ให้กู้รายละ 3 แสน


คุณสมบัติข้าวเปลือกที่เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นข้าวเปลือกที่มีความชื้นไม่เกินร้อยละ 15 สิ่งเจือปนไม่เกินร้อยละ 2 และสีได้ต้นข้าวไม่ต่ำกว่า 20 กรัม โดยในส่วนข้าวหอมมะลิจะมีเมล็ดข้าวแดงได้ไม่เกินร้อยละ 0.5 (ไม่เกิน 22 เมล็ดใน 100 กรัม) กำหนดวงเงินสินเชื่อต่อตัน ดังนี้

-ข้าวเปลือกหอมมะลิในเขต 23 จังหวัด 11,000 บาท/ตัน

-ข้าวหอมมะลินอกเขต 23 จังหวัด 9,500 บาท/ตัน

-ข้าวเจ้า 5,400 บาท/ตัน

-ข้าวหอมปทุมธานี 1 7,300 บาท/ตัน

-ข้าวเหนียว 8,600 บาท/ตัน

 

โดยเกษตรกร กู้ได้รายละไม่เกิน 300,000 บาท สหกรณ์การเกษตรและชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรแห่งละไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนแห่งละไม่เกิน 5 ล้านบาท กรณีชำระคืนภายใน 5 เดือน ไม่มีดอกเบี้ย (รัฐบาลรับภาระจ่ายแทน)

 

นอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกหลักประกัน 1,500 บาทต่อตัน กรณีเกษตรกรเก็บข้าวเอง ได้รับ 1,500 บาทต่อตัน กรณีเกษตรกรฝากข้าวกับสถาบันเกษตรกร เกษตรกรจะได้รับ 500 บาทต่อตัน และสถาบันฯจะได้รับ 1,000 บาทต่อตัน ระยะเวลาจัดทำสัญญาตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 กรณีภาคใต้ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2565

 

เปิดเงื่อนไข! สินเชื่อ ธ.ก.ส. ชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ให้กู้รายละ 3 แสน 
เปิดเงื่อนไข! สินเชื่อ ธ.ก.ส. ชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ให้กู้รายละ 3 แสน
เปิดเงื่อนไข! สินเชื่อ ธ.ก.ส. ชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ให้กู้รายละ 3 แสน 
เปิดเงื่อนไข! สินเชื่อ ธ.ก.ส. ชะลอขายข้าวเปลือกนาปี ให้กู้รายละ 3 แสน


นอกจากนี้ ยังมี "สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2564/65" วงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท สำหรับสหกรณ์การเกษตร ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชนที่ประกอบธุรกิจรวบรวมข้าวจากเกษตรกรสมาชิก เกษตรกรทั่วไป และมีคุณสมบัติตามที่กำหนด

 

วงเงินกู้สำหรับสหกรณ์การเกษตรแห่งละไม่เกิน 300 ล้านบาท กลุ่มเกษตรกรแห่งละไม่เกิน 20 ล้านบาท และวิสาหกิจชุมชนแห่งละไม่เกิน 5 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ซึ่งคิดจากสถาบันฯ เพียงร้อยละ 1 ต่อปี ส่วนที่เหลือรัฐบาลรับภาระแทน ระยะเวลาจ่ายสินเชื่อ ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 กันยายน 2565

15
ธ.ก.ส. จับมือสมาคมชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล ส่งเสริมเกษตรกรลดการเผาอ้อย เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 พร้อมเสริมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ จูงใจให้เกษตรกร นำร่อง กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี ตั้งเป้าลดการเผาอ้อยให้ได้ 100% ภายในปี 66

นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้จับมือกับ 6 ภาคีเครือข่าย ประกอบด้วย สมาคมกลุ่มชาวไร่อ้อย เขต 7  ศูนย์ประสานงานโรงงานน้ำตาลลุ่มแม่น้ำแม่กลอง (กลุ่มโรงงานน้ำตาลลุ่มแม่น้ำแม่กลอง 9 โรงงาน และโรงงานน้ำตาลนิวกรุงไทย ที่เป็นพันธมิตร) สมาคมส่งเสริมอาชีพการเกษตรสุพรรณบุรี โรงงานอุตสาหกรรมน้ำตาลสุพรรณบุรี โรงงานน้ำตาลมิตรผล และโรงงานน้ำตาลรีไฟน์ชัยมงคล (อู่ทอง) ในการสนับสนุนและดูแลชาวไร่อ้อยที่เข้าร่วมโครงการลดการเผาอ้อยเพื่อลดฝุ่นละออง PM 2.5  ในพื้นที่ 3 จังหวัดที่มีการผลิตอ้อยมากที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี และสุพรรณบุรี

 

โดย ธ.ก.ส. ให้การสนับสนุนชาวไร่อ้อยด้วยสินเชื่อพิเศษในแต่ละขนาดพื้นที่ (Farm Size) เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพ การทำไร่อ้อยได้อย่างยั่งยืน โดยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการบริหารจัดการไร่อ้อยที่ทันสมัย (Smart Farming) มาปรับใช้เพื่อให้เกิดผลตอบแทนคุ้มค่ามากขึ้น

ธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.
ธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการ ธ.ก.ส.



โดยการดำเนินงานนอกจากการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในปัญหาที่เกิดขึ้น ยังมุ่งเน้นนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้เหมาะสมในแต่ละสภาพพื้นที่เพาะปลูกอ้อย เช่น การสนับสนุนให้ชาวไร่อ้อยปรับพื้นที่รองรับรถตัดอ้อยเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขาดแคลนแรงงานเก็บเกี่ยวอ้อยและการเผาอ้อย การส่งเสริมให้ชาวไร่อ้อยที่มีความพร้อมได้จัดซื้อเครื่องอัดใบอ้อย (Square Balers) เพื่อส่งขายให้กับโรงงานน้ำตาลในพื้นที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเสริมในกระบวนการผลิตน้ำตาลและผลิตกระแสไฟฟ้าชีวมวล ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มรายได้และรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่

 

ธ.ก.ส. จับมือ 6 ภาคีลดการเผาอ้อย พร้อมหนุนสินเชื่อดอกพิเศษ 
ธ.ก.ส. จับมือ 6 ภาคีลดการเผาอ้อย พร้อมหนุนสินเชื่อดอกพิเศษ


นายธนารัตน์ กล่าวอีกว่า ความร่วมมือดังกล่าว ตั้งเป้าหมายลดการเผาอ้อยลงร้อยละ 20 ในปี 2564 จำนวนพื้นที่ 319,627 ไร่ ปี 2565 ลดลงร้อยละ 50 จำนวนพื้นที่ 799,067 ไร่ และภายในปี 2566 ลดลง ร้อยละ 100 จำนวนพื้นที่ 1,598,133 ไร่ หรือครอบคลุมพื้นที่ปลูกอ้อยทั้งหมดใน 3 จังหวัดดังกล่าว ซึ่งหากประสบความสำเร็จ จะขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน ตามนโยบายส่งเสริมการควบคุมดูแลภูมิอากาศจากภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของทุกประเทศในขณะนี้

Pages: [1] 2 3 ... 76